พัฒนาโปรแกรมบาร์โค้ด

ตัวอ่านบาร์โค้ด Barcode Scanner

เครื่องพิมพ์บาร์โค้ด Barcode printer




   


         ท่านอยู่ที่   หน้าแรก ความรู้ เครื่องพิมพ์บาร์โค้ดและเครื่องพิมพ์ทั่วไป
        
    
ข้อเปรียบเทียบ เครื่องพิมพ์ทั่วไป และเครื่องพิมพ์บาร์โค้ดโดยเฉพาะ ในการพิมพ์บาร์โค้ด
 
  หลายท่านยังมีความสับสนว่า จะพิมพ์บาร์โค้ด ต้องใช้เครื่องพิมพ์บาร์โค้ดโดยเฉพาะ(Barcode Printer)
ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว เราสามารถพิมพ์บาร์โค้ด เพื่อใช้งานต่างๆ สามารถพิมพ์จากเครื่องพิมพ์ทั่วไปได้
เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น เครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์ แบบInkjet หรือแบบหัวกระแทก(Dot Matrix)
แต่ผลิตภัณฑ์แต่ละตัว จะมีความโดดเด่นในแต่ละงานต่างกัน ดังนั้น เราจะมาอธิบายกันว่าแต่ละแบบเหมาะสมกับ
ผู้ใช้ประเภทใด
1. เครื่องพิมพ์บาร์โค้ดโดยเฉพาะ(Barcode Printer)


- มีความเร็วในพิมพ์สูง รวดเร็ว
- มีตัวเลือกต่างๆ ที่เหมาะกับการพิมพ์เพื่อนำไปใช้งานได้ทันที เช่น การตัดตามขนาด ,ตัดตามแบบ,ลอกสติ๊กเกอร์อัตโนมัติ,เก็บเศษสติกเกอร์
- เหมาะกับบาร์โค้ดที่ต้องมีการเปลี่ยนรายละเอียดบ่อยครั้ง เช่น การรันPart No.,การพิมพ์แบบเปลี่ยนรูปแบบ ขนาด รูปร่างบ่อยครั้ง ก็คือการพิมพ์แต่ละครั้งต้องการผลที่แตกต่างกันอยู่บ่อยๆ
- มีฟังก์ชั่นการพิมพ์บาร์โค้ด ทำให้ได้บาร์โค้ดที่มีขนาดถูกต้องตามมาตรฐาน และเมื่อไปใช้โอกาสที่จะสแกนผิดพลาดมีน้อย แต่ ฟังก์ชั่นนี้ ต้องเขียนผ่านโปรแกรมโดยเฉพาะ เช่น ภาษา ZPL , ZPL II
- ราคาแพง ต้องมีการใช้ในปริมาณมากๆ เพื่อให้ค่าใช้จ่ายต่อดวงลดลง ซึ่งราคาก็จะเกิดขึ้น จาก 3ส่วน คือ
ราคาตัวเครื่อง,ราคาวัสดุสิ้นเปลื้อง กระดาษ หมึก, ราคาในการพัฒนาโปรแกรมเฉพาะ เพราะเพียงเครื่องพิมพ์แม้สามารถพิมพ์จากโปรแกรมใดก็ได้ แต่เมื่อต้องการใช้ฟังก์ชั่นของBarcode Printer ที่สมบูรณ์ และการทำงานที่รวดเร็ว จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องพัฒนาโปรแกรมขึ้นมาเฉพาะงาน
สรุป
เหมาะกับการที่ต้องใช้จำนวนมาก มีการเปลี่ยนแปลงบ่อยๆและต้องการความเร็วในทำงาน ให้ผลงานคุณภาพการพิมพ์สูง

2. เครื่องพิมพ์เลเซอร์/เครื่องพิมพ์ความร้อน ทั่วไป (Laser printer,Thermal Printer)


- มีความเร็วในพิมพ์สูง รวดเร็ว
- มีความคมชัดสูง พิมพ์บาร์โค้ดขนาดเล็กๆละเอียดได้ แต่ความถูกต้องของบาร์โค้ดขึ้นกับโปรแกรมที่ใช้ เพราะเครื่องพิมพ์จะต้องให้โปรแกรมแปลงเป็นภาพกราฟฟิคก่อน แล้วจึงพิมพ์ออกมา
- กันน้ำ หมึกติดทนนาน
- ต้องพิมพ์โดยใช้กระดาษ ตามขนาดของเครื่อง อาจจะกระดาษ/สติกเกอร์ ที่มีการตัดdie cut ไว้เป็นมาตรฐาน
เช่นชนิด 2x10 ดวง 4x16ดวง จึงเหมาะกับการพิมพ์ซ้ำๆ ใช้รูปแบเบเดิม ปริมาณมาก
- ราคาเครื่องปัจจุปันถือว่าไม่แพง แต่ต้นทุนค่าหมึก Toner ถือว่าค่อนข้างแพง
สรุป
เหมาะกับงานพิมพ์ ที่ต้องการคุณภาพสูงทนทาน พิมพ์ซ้ำในแบบเดิมๆ ในปริมาณมากๆ

3. เครื่องพิมพ์แบบหมึก ทั่วไป (Inkjet Printer)


- มีความเร็วในพิมพ์ต่ำ-กลาง
- มีความคมชัดไม่ดี มีการเยิ้มของหมึก หากพิมพ์บาร์โค้ดขนาดกว้าง 1-2นิ้ว ก็สามารถสแกนได้
แต่ถ้าเป็นบาร์โค้ดขนาดเล็กๆ เช่น มีแท่งบาร์โค้ด10แท่งบนความกว้าง 1ซม. ความเยิ้มของหมึกจะทำให้มีปัญหาการสแกนไม่ติดได้
- ไม่กันน้ำ หมึกติดไม่ทน
- ต้องพิมพ์โดยใช้กระดาษ ตามขนาดของเครื่อง อาจจะกระดาษ/สติกเกอร์ ที่มีการตัดdie cut ไว้เป็นมาตรฐาน
เช่นชนิด 2x10 ดวง 4x16ดวง จึงเหมาะกับการพิมพ์ซ้ำๆ ใช้รูปแบเบเดิม ปริมาณมาก
- ราคาเครื่องปัจจุปันถือว่าถูก แต่ต้นทุนค่าหมึก ก็ถูกมาก
สรุป
เหมาะกับงานพิมพ์ สำหรับผู้เริ่มต้น จะนำบาร์โค้ดมาใช้งาน หรือใช้ในธุรกิจเล็กๆที่ไม่ได้มีการใช้จำนวนมากๆ


ตัวอย่าง1 บาร์โค้ดขนาดเล็ก มีแท่งบาร์โค้ดประมาณ 30 แท่งบนความกว้าง 1 ซม.
การพิมพ์ต้องใช้
เครื่องพิมพ์บาร์โค้ดโดยเฉพาะจึงสามารถพิมพ์ได้



 

   
   

Tel 087-561-8683 , 02-157-5704 Fax 02-157-5705 Email : sales@telzel.com                     Visitor